เรารู้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่อยากเที่ยวแบบบากบั่น
แต่ก็เชื่อว่าทุกคนอยากเที่ยวแบบใกล้ชิดธรรมชาติ

ทริปล่าสุดเรามีโอกาสได้เดินทางไปกับ Chevrolet ทริปนี้เราจะออกเดินทางด้วย Trailblazer รถ SUV สไตล์อเมริกัน 7 ที่นั่ง ไป Glamping กันที่จังหวัดกาญจนบุรี

ก่อนจะออกเดินทางเราขออธิบายคำว่า Glamping ก่อนเนอะ
Glamping (แกลมปิ้ง) มาจากคำว่า glamorous กับ camping มาผสมกัน หมายถึง การออกเดินทางไปตั้งแคมป์แบบหรูหรา และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
สรุปง่ายๆ Glamping เป็นการออกเดินทางไปตั้งแคมป์แบบที่ไม่ต้องลำบาก แต่สามารถทำให้เราหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ เป็นการเดินทางที่เราจะได้ใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ไม่ต้องพยายามจนเหนื่อย

ทริปนี้เราจะเดินทางด้วยรถอเนกประสงค์ เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ รถ SUV สไตล์อเมริกัน 7 ที่นั่ง
ส่วนตัวเราชอบรถ SUV นะ เคยได้ทดลองนั่งรถ SUV อเมริกันแท้ๆครั้งแรกก็ตอนไปอเมริกาเมื่อปีที่แล้ว เราชอบรถ SUV ที่มันใหญ่ กว้าง ดูเป็นหนุ่มหล่อ กล้ามโตแต่อบอุ่น ประมาณนั้น
ทริปนี้ทางเชฟโรเลตชวนออกไปขับรถเจ้า SUV คันนี้พร้อมกับกระซิบบอกมาว่า เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ คันนี้เป็น SUV อเมริกันแท้ๆที่ผู้หญิงแบบเราก็ขับได้
เห่ยยยยยยยยยยยยยยย มันน่าลองงงงงงงงงงงงงงง

ทริปนี้ทางเชพโรเลตรู้ใจเรามากกกกกกกกกก เลือกรถเชฟโรแลต เทรลเบลเซอร์ คันสีแดง คันเดียวในทีมให้เราาาาาาาาาาาา
สีแดงหล่อ มากกกกกกกกกกกกกกก

ภายในของรถอเนกประสงค์ เทรลเบลเซอร์ ได้รับการออกแบบแผงหน้าปัดรถยนต์และคอนโซลหน้าโดยยึดหลักการยศาสตร์ (Ergonomics) ให้ง่ายต่อการใช้งาน ตกแต่งภายในด้วยวัสดุแบบซอฟท์ทัชเพื่อเพิ่มความหรูหรา



ส่วนของห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้มีความสะดวกสบาย กว้างขวาง และมีความสวยงาม นอกจากนี้ รถยังมาพร้อมกับการออกแบบใหม่ที่ช่วยลดเสียงดังรบกวน ได้แก่ แผงประตู กระจกหน้าต่าง และซีลกระจกหน้าต่าง ที่ขจัดเสียงลมและเสียงรบกวน เพิ่มความประณีตให้แก่ตัวรถระหว่างการขับขี่

เราออกเดินทางจากกรุงเทพ โดยมีจุดหมายปลายทางในการไป Glamping กันที่ หินตก ริเวอร์ แคมป์ จังหวัดกาญจนบุรี
Let’ goooo

เหตุผลที่ทางเชฟโรเลตเอารถอเนกประสงค์ เทรลเบลเซอร์ ออกไป Glamping นั้นก็เพราะ เจ้ารถคันนี้นั้นเหมาะมากกับการขับไปทำกิจกรรมกลางแจ้งสุดพิเศษต่างๆ ด้วยภายนอกที่ดูแข็งแรง ส่วนภายในห้องโดยสารที่ได้รับการตกแต่งอย่างประณีต รวมถึงขนาดพื้นที่ของรถอเนกประสงค์ที่กว้างมากกกกก เราสามารถปรับเปลี่ยนที่นั่งได้ตามความต้องการใช้งาน เพื่อตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย เหมาะสำหรับใช้งานในทุกวัน และพาคุณไปในทุกที่

ไม่หมดแค่นั้นนะ รถคันนี้ยังมาพร้อมกับความสามารถในการลากจูงและการขับขี่แบบออฟโรด รวมถึงอุปกรณ์บรรทุกสัมภาระธูเล่ที่สามารถติดตั้งบนรถอเนกประสงค์ เทรลเบลเซอร์ได้ ทำให้รถรุ่นนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการ Glamping
คือถ้าใครอยากลากรถบ้านไปด้วยก็ทำได้นะ


แต่ก่อนที่จะได้เข้าที่พักแบบแคมป์ของเราในคืนนี้ ทางเชฟโรเลตพาเรามาทดลองขับรถอเนกประสงค์ เทรลเบลเซอร์ เพื่อทดสอบรถในการใช้งานความสามารถในการลากจูงและการขับขี่แบบออฟโรด
มาพิสูจน์กันว่าผู้หญิง(เกือบ)บอบบางแบบเราจะขับได้มั้ย


เราเดินทางมาทดสอบรถกันที่สนามออฟโรด กรังด์ปรีซ์ กอล์ฟ คลับ จังหวัดกาญจนบุรี
โดยการทดสอบรถแบบออฟโรดจะมีทั้งหมด 6 ฐาน และ 1 ฐานสำหรับการทดสอบขับแบบลากจูง

จากตอนแรกที่ทางเชฟโรเลตชวนมา Glamping พร้อมบอกเราว่าอยากให้มาลองทดสอบขับรถแบบออฟโรดดู เรารีบตกลงทันทีเลยค่ะ แต่ไม่ได้ตกลงเพราะจะไป Glamping เราตกลงเพราะอยากลองขับรถแบบออฟโรด อยากรู้เหมือนกันว่ารถอเนกประสงค์ เทรลเบลเซอร์ จะทำให้เราประทับใจได้มั้ย

เราเริ่มทดสอบการขับรถแบบออฟโรดก่อนเลย ทั้งหมด มี 6 ฐานให้เราได้ทดสอบสมรรถนะที่มาพร้อมกับรถอเนกประสงค์ เทรลเบลเซอร์
ฐานแรกคือการขับรถขึ้น-ลง เนินลาดชัน 45 องศา
ฐานนี้ให้อารมณ์เดียวกับการที่เราขับรถวนที่จอดรถภายในห้าง ซึ่งรถอเนกประสงค์ เทรลเบลเซอร์ ได้ออกแบบมาช่วยให้ผู้ขับขี่แบบเรา ขึ้น-ลง เนินได้แบบง่ายมากกกกกกกกกก
วิธีการก็คือ (ขออธิบายแบบบ้านๆไม่ใช้ศัพท์เทคนิคนะคะ)
- ให้เราใช้โหมด 4L (4L- Four-Wheel Drive Low) โหมดนี้เราจะใช้เมื่อขับบนทรายหรือดินโคลน หรือเมื่อต้องขึ้น/ลงเนินลาดชัน
- กดปุ่ม Hill Descent Control ช่วยตอนลงทางลาดชันค่าระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชันและระบบป้องกันการลื่นไถล ช่วยให้การขับแบบออฟโรดนั้นง่ายขึ้นมากกกกกกกกกกกก


3. จากนั้นคนขับแบบเราก็แค่บังคับพวงมาลัยให้ตรง อธิบายเพิ่มว่า ในช่วงที่เรากำลังขึ้น-ลงเนิน เราไม่จำเป็นต้องเหยียบคันเร่ง หรือ เบรก เลย เพราะความอัจริยะของรถพาเราขึ้น-ลงเนินได้ง่ายมากกกก แค่นั้นจริงงงงงงงงงงงงง นะ เมื่อลงมาถึงทางลาดก็ค่อยเหยียบคันเร่งตามปกติ
เจ๋งงงงงงงงงงงงงงงงงง

ฐาน 2 และ ฐาน 3 เป็นการขับรถขึ้น-ลด เนินชัน 70 องศา
ฐานนี้ถือว่าท้าทายมากกกกกกกกกก เพราะความชันที่ 70 องศาในขาขึ้น เรามองไม่เห็นพื้นดินด้านหน้าเลย เห็นแค่ฟ้าเท่านั้นจริงๆ
วิธีการขับใน 2 ฐานนี้ ใช้วิธีเดียวกันกับฐานแรกเลย
เพิ่มเติมแค่เราเปลี่ยนเกียร์จาก D มาเป็น M เพื่อป้องกันการไหลของเกียร์เท่านั้น ในส่วนของขั้นตอนนี้เรายังได้ทดลองใช้อีกเทคนิคที่มีมากับรถคันนี้คือ ระบบป้องกันการไหลของรถ (Hill Start Assist) ในระหว่างที่เราอยู่บนเนินแล้วเราต้องการเปลี่ยนเท้าจากเบรกมาเป็นคันเร่ง รถจะหยุดนิ่งค้างให้เรา 3 วินาที เพื่อให้เราได้เปลี่ยนเท้าได้ ไม่ต้องกลัวรถไหล
ดังนั้นการขับรถขึ้น-ลง เนิน ไม่ว่าจะชันแค่ไหน เราก็สามารถขับแบบชิวๆๆ ได้ แค่ทำใจให้กล้าและเชื่อมั่นใน เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ คันนี้ก็พอ




ฐาน 4 และ ฐาน 5 เป็นการขับทางลาดชันแบบไหล่ทาง
ฐานนี้เป็นการขับรถขึ้นไหล่ทางที่ชันทั้งแบบที่คนขับอยู่ด้านบน และคนขับอยู่ด้านล่าง เอาจริงๆ สองฐานนี้ไม่ยากนะ เพราะด้วยเราบ้านอยู่ชนบทเส้นทางพวกนี้ถือว่าคุ้นชินมาก
วิธีการขับใน 2 ฐานนี้ ใช้วิธีเดียวกันกับฐานแรกเลย
แค่เราจับพวงมาลัยให้มั่นก็พอ และอีกอย่างคือออออออออ เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ คันนี้ มีระบบพวงมาลัยไฟฟ้าช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการขับขี่ และพวงมาลัยจะมีน้ำหนักเบาที่ความเร็วต่ำและมีน้ำหนักมากขึ้นที่ความเร็วสูง
ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ชอบตรงพวงมาลัยเบานี่แหละ

ฐาน 6 ขับรถบนทางขรุขระและหลุม
ฐานนี้เป็นฐานที่เราชอบที่สุด เพราะมันคือการขับรถลงหลุมจริงๆที่ลึกประมาณ 50 เซนติเมตร ตลอดระยะทางประมาณ 100 เมตร
วิธีการขับในฐานนี้ ใช้วิธีเดียวกันกับฐานแรกเลย
เพิ่มเติมคือ เราแค่เหยียบคันเร่งเพื่อให้ระบบของรถช่วยให้เราขับขึ้นมาจากหลุมได้เอง โดยไม่ใช้รถลาก (อธิบายเป็นศัพท์เทคนิคไม่เป็นเด้ออออ) คือออออออออออออ สรุปง่ายๆๆว่าถ้าผู้หญิงแบบเราขับเชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ คันนี้ตกหลุม ตกท่อ เราสามารถขับขึ้นได้เองเลยนะ ไม่ต้องโทรตามใคร
คุณสมบัติข้อนี้ละค่ะ ที่ทำให้เราชอบเจ้ารถเชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ มากกกกกกกกกก จนคิดว่าถ้าจะมีรถ SUV สักคัน ก็ต้องเชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ แน่นอน




ฐานสำหรับทดสอบการลากจูง
ฐานนี้เป็นฐานที่มีความพิเศษมากกก เพราะเราไม่สามารถเอารถคันไหนมาลากจูงสัมภาระก็ได้
ด้วยเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ 4 สูบ ดีเซล เทอร์โบ 2.5 ลิตร ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่มีพละกำลังและแรงบิดสูง เครื่องยนต์ดูราแมกซ์มีพละกำลัง 132 กิโลวัตต์ (180 แรงม้า) ที่ 3,600 รอบต่อนาที และแรงบิด 440 นิวตันเมตร (325 ฟุต-ปอนด์) ที่รอบต่ำ 2,000 รอบต่อนาที ทำให้เทรลเบลเซอร์มาพร้อมขุมพลังที่เต็มเปี่ยม
นั่นทำให้การที่เราจะเอาสัมภาระลากจูงไปติดไว้กับรถอเนกประสงค์ เทรลเบลเซอร์ เป็นสิ่งที่เราจะทำได้สบายมากกกกกกกกกกก คราวนี้ใครอยากไป Glamping ขนอุปกรณ์ไปด้วยเยอะๆ แม้แต่อยากพารถบ้านไปด้วยก็สามารถทำได้

วิธีการขับรถลากจูง
- เมื่อบรรทุกสัมภาระในเทรลเลอร์ ควรให้น้ำหนัก 60 เปอร์เซ็นต์ของสัมภาระอยู่ค่อนไปทางด้านหน้าของเทรลเลอร์ และกระจายน้ำหนักด้านข้างให้เท่าๆ กัน การบรรทุกสัมภาระโดยให้น้ำหนักค่อนไปด้านหน้าหรือหลังมากเกินไป อาจทำให้เทรลเลอร์แกว่งได้
- เมื่อต้องถอยเทรลเลอร์ ให้วางมือข้างหนึ่งอยู่ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาของพวงมาลัย เมื่อต้องการเคลื่อนย้ายเทรลเลอร์ไปทางซ้ายให้หมุนพวงมาลัยไปด้านซ้าย และหากต้องการให้เทรลเลอร์ไปด้านขวาให้หมุนพวงมาลัยของคุณไปด้านขวา ถอยเทรลเลอร์ทีละนิดอย่างช้าๆ เพื่อรักษาการควบคุม
- ควรเผื่อระยะในการเบรกเมื่อรถของคุณลากจูงเทรลเลอร์อยู่ ระยะห่างที่ปลอดภัยคือ การเว้นช่องว่างขนาดเท่ารถยนต์ที่ลากจูงเทรลเลอร์ 1 คัน ระหว่างรถของคุณและรถคันข้างหน้า สำหรับความเร็วทุกๆ 10 ไมล์ต่อชั่วโมง
- ไม่บรรทุกสัมภาระเกินน้ำหนักที่รถยนต์ของคุณสามารถรับไหว โดยสัมภาระดังกล่าวรวมถึงน้ำหนักของตัวยึด (Tongue Weight) ซึ่งคือ แรงกดจากตัวครอบหัวบอลบนหัวลากจูงของรถเทรลเลอร์ โดยปกติ จะหนักประมาณ 10 – 15 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักเทรลเลอร์ที่บรรทุกสัมภาระ สำหรับหัวลากจูงปกติ
- อย่าพยายามหลีกเลี่ยงการแกว่งของเทรลเลอร์ เพราะจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงกว่าเดิม เมื่อเทรลเลอร์แกว่ง ให้พยายามบังคับพวงมาลัยให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พร้อมปล่อยคันเร่ง (โดยไม่แตะเบรก) และดึงเบรกมือไฟฟ้าของเทรลเลอร์ (ถ้ามี)
- สำหรับการขับรถยนต์ขึ้นเขาหรือทางลาดชัน การใช้เกียร์ต่ำจะทำให้รถยนต์มีกำลังหรือแรงบิดมากขึ้น ควรขับรถยนต์ขึ้นเขาหรือทางลาดชันด้วยความเร็วที่ไม่มากไปกว่าความเร็วที่คุณใช้เพื่อขับลงเขา และเปลี่ยนมาใช้เกียร์ต่ำเพื่อใช้แรงจากเครื่องยนต์ช่วยในการเบรก ขณะที่ขับลงจากเขาหรือทางลาดชัน

ยังไม่จบแค่นั้น เพราะภายในของรถอเนกประสงค์ เทรลเบลเซอร์ ก็เหมือนกับที่พักแบบแกลมปิ้ง ที่ได้รับการออกแบบให้มีความสะดวกสบาย กว้างขวาง และมีความสวยงามรุ่นนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการแกลมปิ้ง เทรลเบลเซอร์เป็นรถอเนกประสงค์ ระดับพรีเมี่ยม ขนาด 7 ที่นั่ง ที่สามารถปรับเปลี่ยนที่นั่งได้ เพื่อตอบสนองการใช้งานที่หลากหลาย เหมาะสำหรับใช้งานในทุกวัน





หลังจากไปทดลองขับรถมาครบทุกฐานแล้ว ก็รู้เลยว่าเจ้ารถอเนกประสงค์ เทรลเบลเซอร์ ออกแบบมาเพื่อทุกคนจริงๆ โดยเฉพาะสายเดินทางแบบเรา แม้จะเป็นการเดินทางที่ยากลำบาก แต่กลับเป็นเรื่องง่ายสำหรับรถอเนกประสงค์ เทรลเบลเซอร์ ด้วยโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งและช่วงล่างที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดแรงสั่นสะเทือน จะไปไหน เอาอะไรไปด้วยเยอะแค่ไหน ก็ไม่เป็นปัญหาา
บันทึกนักหนีเที่ยวคอนเฟิร์มว่าเจ๋งจริงงงงงงงงงงงงงง

แล้วในที่สุดก็ถึงเวลาไปสถานที่ Glamping ของเราแล้ววววว มุ่งหน้าไปยัง หินตกริเวอร์แคมป์ กันเลยยยย

ทริปนี้เราจะได้เปิดประสบการณ์กับที่พักเเนวบูติคเเนวใหม่แบบแคมป์ซาฟารี โดยไม่ต้องสละความสะดวกสบาย เเตกต่างด้วยการพักผ่อนที่เอาการแคมป์ปิ้ง เปิดประสบการณ์ใหม่กับวันพักผ่อนของเราด้วยการ พักในเต้นท์ปรับอากาศเเละห้องน้ำในตัว ริมเเม่น้ำเเควน้อย






จากผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า การใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ สามารถลดระดับความเครียดลงได้ รวมถึงช่วยให้มีชีวิตที่ดีและมีสุขขึ้นด้วยนะ
ดังนั้น หินตกริเวอร์แคมป์ จึงเหมาะมากที่เราจะออกมาพักผ่อน ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติแต่ไม่ต้องลำบากลำบน แถมเดินทางไม่ไกลจากรุงเทพด้วยนะ






ตัวเราเองถึงแม้จะเป็นผู้หญิง แต่เราชอบการเดินทางที่ท้าทาย ชอบพาตัวเองไปทำอะไรที่หลุดกรอบความสามารถของตัวเองอยู่เสมอ และหลายๆครั้งที่เราเดินทางในประเทศ เราก็มักจะขับรถไปเอง เพราะเกือบทุกครั้งจุดหมายปลายของเรานั้นมันไม่ได้อยู่ในเส้นทางหลัก การมีรถสักคันที่จะพาเราเดินทางไปได้ทุกแห่ง มันคือความต้องการสูงสุดของคนที่ชอบเดินทางแบบเรา

รถสำหรับเราคือบ้านหลังที่ 2
” จะเลือกรถสักคัน ต้องเลือกที่มันเป็นเรา “

ขอบคุณ
เชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทย ที่ให้บันทึกนักหนีเที่ยวได้ร่วมหนีเที่ยวไปด้วยกัน
ข้อมูลเพิ่มเติมที่
https://media.gm.com/media/th/th/chevrolet/news.html





ใส่ความเห็น