รีวิวนี้เป็นส่วนหนึ่งของทริป Fukuoka และเมืองใกล้เคียง ทริปนี้เรามีโอกาสหนีเที่ยว Beppu (เบปปุ) แบบไปเช้าเย็นกลับ เลยอยากจะมาแชร์ให้ทุกคนได้หนีเที่ยวไปด้วยกันค่ะ และหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับใครสักคนที่กำลังจะหนีเที่ยวเบปปุนะคะ



Beppu เมืองแห่งบ่อน้ำพุร้อน
เบปปุ (Beppu) เป็นเมืองหนึ่งในจังหวัด Oita อยู่ในภูมิภาคคิวชู โดย เบปปุเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องบ่อน้ำพุร้อน และออนเซ็นเป็นอย่างมาก และเบปปุถือว่าเป็นเมืองที่มีบ่อน้ำพุร้อนมากที่สุดเมืองหนึ่งของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ โดยเราสามารถสังเกตได้ง่ายๆ เราจะเห็นควันที่พุ่งออกมาจากท่อตามถนนทั่วเมืองเบปปุเลยค่ะ



การเดินทางจาก Hakata มา Beppu
การเดินทางมาเบปปุนั้นมีหลากหลายวิธี แต่วันนี้เราอยากจะมาแนะนำการนั่งรถไฟจาก Hakata มายัง Beppu
วิธีที่ 1 : นั่งรถไฟชินคันเซ็น Shinkansen Kodama Exp. แล้วมาเปลี่ยนขบวนที่สถานี Kokura แล้วนั่งรถไฟขบวน Ltd. Exp. Sonic มาลงที่สถานี Beppu
วิธีที่ 2 : นั่งรถไฟขบวน Ltd. Exp. Sonic ต่อเดียวไปลงที่สถานี Beppu
การเดินทางครั้งนี้เราตั้งใจเลือกวิธีที่ 2 คือการนั่งรถไฟขบวน Ltd. Exp. Sonic เพราะเราอยากนั่งรถไฟขบวน Sonic 883 เจ้ารถไฟสุดเท่สีน้ำเงินเข้มขรึม
การเดินทางครั้งนี้เราสามารถใช้ JR Rail Pass, JR Kyushu, JR Northern Kyushu Pass และ ขากลับจากเบปปุเราก็แนะนำให้กลับด้วยรถไฟขบวนเดิมนะคะ เพราะเราจะสามารถนั่งได้ยาวๆ ไม่ต้องต่อรถจนถึงสถานี Hakata เลยค่ะ
สามารถเช็ครอบเวลารถไฟได้จาก App : JapanTravel


เช้าวันนี้เราออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าค่ะ เพราะเราตั้งใจจะเที่ยวเบปปุแบบเช้าเย็นกลับเท่านั้น และเวลาเดินทางจากสถานี Hakata ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าจะถึง สถานี Beppu
ทริปนี้เราตั้งใจเลือกเดินทางด้วยเจ้ารถไฟ Sonic 883 รถไฟสีน้ำเงินสุดเท่ห์
มาดูภายในรถไฟกันค่ะ เราจองที่นั่งมาได้โบกี้ที่ 2 เมื่อเข้ามาภายในแล้วเราจะได้เจอห้องโดยสารที่พื้นปูด้วยไม้ปาเก้ ตัวห้องโดยสารสีขาวสว่างรับกับเก้าอี้เบาะและผนักพิงโทนสีแดง ส่งให้ภายในห้องโดยสารสว่างแบบสบายตามากค่ะ ตัวเบาะที่นั่ง นั่งสบาย โต๊ะหน้าที่นั่งสามารถเปิดออกมาได้ หรือใครมีกระเป๋าใบใหญ่ก็จะมีโซนเก็บกระเป๋าหรือจะเก็บของไว้ที่ช่องเก็บของด้านบนของที่นั่งเราก็ได้
และเอกลักษณ์ของเจ้ารถไฟ Sonic 883 ก็คือผนักพิงรูปลักษณ์คล้ายกับหูมิกกี้เม้าส์ ใครชอบรถไฟไม่อยากให้พลาดเลยค่ะ









นอกจากรถไฟจะสวยนั่งสบายแล้ว ระหว่างทางก็เพลินมากเลยค่ะ เราชอบนั่งรถไฟญี่ปุ่นก็เพราะชอบนั่งมองวิวข้างทางนี่แหละ


สถานี Beppu
หากใครจะมาเที่ยวเบปปุ 1 วัน ไม่นอนค้างแบบเรา เราสามารถฝากของไว้ที่ล็อกเกอร์ที่สถานี โดยที่สถานีเบปปุ มีล็อกเกอร์อยู่ค่อนข้างเยอะเลยค่ะ และสถานีเบปปุถือว่าเป็นสถานีใหญ่ มีร้านอาหาร มีร้านของที่ระลึก มีคาเฟ่ ให้เราใช้เวลาอยู่ในสถานีได้นานเลยค่ะ
(วันที่เราหนีเที่ยวเป็นวันที่ฝนตกทั้งวัน ทำให้ในสถานีเบปปุเต็มไปด้วยผู้คน ทำให้ถ่ายรูปมาได้แค่นี้)


วิธีเดินทางในเมือง Beppu
การเดินทางในเมืองเบปปุจะใช้รถบัสในการเดินทางกัน ส่วนวิธีการเดินทางด้วยรถบัส หรือ รถเมล์นั้นก็คล้ายๆการเดินทางด้วยรถเมล์ประเทศอื่นๆ แต่สำหรับญี่ปุ่นอาจจะมีข้อแตกต่างอยู่บ้างดังนี้
- ขึ้นประตูหลัง – ลงประตูหน้า
- ใครที่มีบัตร IC Card ให้แตะที่เครื่องอ่านการ์ดตรงประตูหลังตอนขึ้น และ แตะที่เครื่องอ่านการ์ดอีกครั้งที่ประตูหน้าตอนจะลง
- ส่วนใครที่ไม่มีบัตร IC Card ก็ให้หยิบตั๋วเล็กๆ จากกล่องที่ประตูหลัง จากนั้นให้ดูว่าเราได้หมายเลขอะไร แล้วเราสามารถเช็คค่าเดินทางของเราได้จากจอหน้าด้านใกล้คนขับว่า หมายเลขเรานั้น ค่าเดินทางกี่บาท จากนั้นเมื่อจะลงให้เอาเงินสดใส่ลงในกล้องที่อยู่ใกล้คนขับ
- สำหรับเงินสดต้องเตรียมเงินให้พอดีจะไม่มีเงินทอน แต่มีเครื่องแลกเหรียญนะ


ทัวร์บ่อน้ำพุร้อน
กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมทำกันก็คือ ทัวร์เที่ยวชมบ่อน้ำพุร้อนทั้ง 7 บ่อ ใครมีเวลาเยอะ หรือ เลือกนอนที่เบปปุ เราก็อยากแนะนำให้ไปให้ครบทุกบ่อ แต่วันนี้เรามีเวลาไม่มากนัก เพราะมิชชั่นในการมาเบปปุของเราคือการได้แช่ออนเซ็นเอ้าท์ดอร์แบบส่วนตัวกัน
บ่อน้ำพุร้อนในเมืองเบปปุ เราจะแยกออกเป็น 2โซน
- โซนแรก มีทั้งหมด 5 บ่อ ได้แก่ Umi Jigoku, Shiraike Jigoku, Kamado Jigoku, Oniyama Jigoku, Yama Jigoku ซึ่งทุกบ่อจะเดินถึงกันหมด ใครมีเวลาไม่เยอะ แนะนำให้เที่ยวเฉพาะโซนแรก
- โซนสอง มี 2 บ่อ ได้แก่ Chinoike Jigoku และ Tatsumaki Jigoku ซึ่งทั้งสองบ่อจะห่างออกไปจากโซนแรกพอสมควร ใครมีเวลาเยอะก็แนะนำให้ครบทุกบ่อเลยค่ะ
ค่าเข้าบ่อน้ำพุร้อน
- pass ราคา 2000 yen ราคานี้จะเข้าได้ทั้งหมด 7 บ่อ
- ราคาแยกแต่ละบ่อ 450 yen/บ่อ
อย่างที่เราเล่าไปในย่อหน้าก่อนว่า เรามีเวลาไม่เยอะนัก เพราะเราจะเผื่อเวลาไว้สำหรับไปแช่ออนเซ็นด้วย เราเลยจะไปทัวร์แค่โซนแรกเท่านั้น
วิธีเดินทางไปบ่อน้ำพุโซนแรก
ให้เราไปรอขึ้นที่ป้ายหมายเลข 3 หน้าสถานีเบปปุ จากนั้นก็ให้ไปลงที่ป้ายป้าย Umi Jigoku Mae ซึ่งจอที่รถจะบอกว่าเรากำลังจะไปป้ายไหน และ ป้ายนี้ไม่มีหลงแน่นอนเพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะลงป้ายนี้กัน
และเมื่อลงบัสแล้วก็ไม่ต้องกลัวหลงค่ะ เราจะเห็นควันๆพุ่งออกมาทั่วไปหมด ให้เดินไปหาจุดนั้นได้เลย
ลงป้าย : Umi Jigoku Mae
ค่าโดยสาร : 330 yen






01 Umi Jigoku
บ่อน้ำพุร้อนบ่อแรก Umi Jigoku (อุมิ จิโกกุ) บ่อนี้เป็นบ่อที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาบ่อน้ำพุร้อนทั้งหมด น้ำในบ่อมีสีฟ้า และด้วยอุณหภูมิประมาณ 98 องศา ทำให้ควันสีขาวปกคลุมเต็มบ่อน้ำเลยค่ะ ถ่ายรูปออกมาสวยมากๆเลยนะ
ค่าเข้าชม : 450 yen
วิธีเดินทาง : นั่งบัสลงป้าย Umi Jigoku Mae ค่าโดยสาร : 330 yen






02 Oniishi Bozu Jigoku
บ่อที่ 2 คือ Oniishi Bozu Jigoku (โอนิอิชิ โบสุ จิโกกุ ) เป็นบ่อที่อยู่ใกล้บ่อแรกมาก บ่อน้ำพุร้อนบ่อนี้เป็นบ่อโคลนเดือดอุณหภูมิ 99 องศา สำหรับบ่อนี้สนุกดีนะ เพราะเราจะได้เห้นโคลนเดือดๆ ที่กำลังปะทุขึ้นมา ดูแปลกตาดีค่ะ
ค่าเข้าชม : 450 yen



03 Kamado Jigoku
บ่อที่3 Yama Jigoku (ยามะ จิโกกุ) บ่อที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ภายในบ่อที่ 3 นี้มีบ่อน้ำพุร้อนย่อยๆหลายบ่อเลยค่ะ ทั้งบ่อสีฟ้าบ่อเล็กๆที่กำลังเดือดมากๆ บ่อโคลน และ บ่อสีฟ้าขนาดใหญ่
ค่าเข้าชม : 450 yen






04 Oniyama Jigoku
Oniyama Jigoku (โอนิยามะ จิโกกุ) สำหรับบ่อนี้สำหรับเราไม่ได้โดดเด่นอะไรมากนัก เพราะเราแทบจะไม่เห็นอะไรเลย มันเป็นเวลาที่ฝนตกหนัก ทำให้คววันสีฟ้าพึ่งออกมาคลุ้งเต็มจนเราไม่เห็นน้ำในบ่อ แต่ความพิเศษคือใกล้ๆกับบ่อน้ำพุร้อน มีบ่อจระเข้ ที่ว่ากันว่าตัวใหญ่มาก และแน่นอนว่าเราไม่ได้เห็นเพราะฝนตกหนักมาก เลยไม่ได้เดินไปดู
ค่าเข้าชม : 450 yen


05 Shiraike Jigoku
บ่อที่ 5 Shiraike Jigoku (ชิราอิเกะ จิโกกุ) เป็นบ่อที่อยู่ในสวนแบบญี่ปุ่น ตัวบ่อไม่ได้มีอะไรตื่นเต้นมากนัก แต่สำหรับผู้ติดฝนถือว่าเป็นสวนที่ช่วยในการหลบฝนได้ดีมาก 55 แต่จริงๆในวันอากาศดีน่าจะถ่ายรูปสวยเลยนะ
ค่าเข้าชม : 450 yen




แช่เท้าบ่อน้ำพุร้อน
ตามบ่อน้ำพุต่างๆ และทั่วเมืองเบปปุ จะมีบ่อให้เราสามารถแช่เท้าได้ และส่วนใหญ่ก็จะฟรีด้วย แต่แนะนำให้เอาผ้าเล็กๆมาด้วยนะคะ
ค่าเข้า : ฟรี




เมืองเบปปุ
หลังจบทัวร์บ่อน้ำพุร้อน เราจะเดินไปยังออนเซ็นที่หมายมั่นว่าจะไปแช่ให้ได้ ระยะทางไม่ไกลใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที แต่ระหว่างทางสวยมากเลยค่ะ เดินเพลินมาก ถ้าในวันที่อากาศดีเป็นเมืองที่ถ่ายรูปสวยมากนะ








แช่ออนเซ็นแบบส่วนตัว
สำหรับใครที่นอนค้างคืนที่เบปปุ การแช่ออนเซ็นส่วนตัวอาจจะไม่ยากนัก เพราะโรงแรมในเมืองนี้ส่วนใหญ่ก็จะมีออนเซ็นให้เราแช่กันอยู่แล้ว แต่สำหรับใครที่มาเบปปุแบบเช้าเย็นกลับแบบเรานั้นอาจจะไม่ง่ายนักที่จะได้แช่ออนเซ็น
วันนี้เราเลยมีมิชชั่นของตัวเอง คือการพาตัวเองไปแช่ออนเซ็นให้ได้ และด้วยความเป็นคนไทยอ่ะเนอะ อยากแช่แบบบ่อส่วนตัวมากกว่าบ่อรวม มันเขินอ่ะ
เราหาข้อมูลมาว่าในเมืองเบปปุ มีออนเซ็นที่เราสามารถไปแช่แบบไปกลับได้ และยังมีบ่อแบบส่วนตัวสำหรับครอบครัวด้วย ที่นี่ชื่อว่า Hyotan Onsen
Hyotan Onsen ออนเซ็นแบบไปกลับ มีโปรแกรมให้เราเลือกหลากหลายและจริงๆก็โด่งดังมากในหมู่ทัวร์ ตอนที่เราไปเจอทัวร์เยอะมาก แต่วันนี้เราจะเลือกห้องแบบส่วนตัวเท่านั้น !!
วิธีเดินทาง
- วิธีที่1 เราสามารถนั่งรถเมล์ไปลงป้าย Hyotan Onsen ได้เลย ซึ่งจากป้ายรถเมล์ชื่อห่างจากตัวออนเซ็นประมาณ 100 เมตร
- วิธีที่2 คือ เดิน เมืองสวยเดินเพลินๆได้เลยค่ะ


ใครจะมาใช้ออนเซ็นแบบส่วนตัวให้มาติดต่อที่เคาท์เตอร์ก่อนนะคะ เจ้าหน้าที่จะเช็คให้ว่ามีห้องไหนบ้าง แล้วเราจะแช่นานแค่ไหน ก็สามารถแจ้งและจ่ายเงินที่หน้าเคาท์เตอร์ได้เลยค่ะ
บ่อออนเซ็นแบบส่วนตัวมีทั้งบ่อแบบอินดอร์ และเอ้าท์ดอร์
ราคาออนเซ็นส่วนตัว
- 60 นาที ราคา 2400 yen
- 75 นาที ราคา 2800 yen
- 90 นาที ราคา 3600 yen





วันนี้เราเลือกแช่แบบ 60 นาที เลือกห้องเอาท์ดอร์ที่ชื่อว่า Hana จ่ายเงินเรียบร้อย เราจะได้รับกระตร้ามา ภายในตระกร้าจะมีป้ายชื่อห้องที่เราจะต้องเอาไปแขวนไว้หน้าประตู กุญแจห้อง ไดร์เป่าผม เหรียญสำหรับเอาไว้หยอดให้น้ำไหล แต่จะไม่มีผ้าขนหนูให้นะ เราต้องเตรียมมาเอง หรือสามารถซื้อเพิ่มได้

เมื่อเข้ามาในห้องแบบส่วนตัว ก็จะเจอกับห้องแต่งตัว มีชั้นวางของ โต๊ะเครื่องแป้ง แล้วเปิดประตูด้านในจะได้เจอกับบ่อออนเซ็นแบบเอ้าท์ดอร์










เมื่อเราหยอดเหรียญที่ได้รับมาตอนจ่ายเงินแล้ว น้ำจะไหลออกมาเติมจนเต็มบ่อ การได้แช่ออนเซ็นในวันที่ฝนตก มันดีมากเลยนะ ใครมาเบปปุ เราไม่อยากให้พลาด






ใส่ความเห็น