สภาพตามตรงว่า เรารู้จัก Cebu มานานแล้ว เพราะเป็นเมืองที่ดังเรื่องฉลามวาฬ และที่ต้องสภาพเพราะเรารู้จักแค่นั้น แบบแค่นั้นจริงๆ แต่เดือนเมษายน 2568 เรามีโอกาสได้มาเรียนภาษาอังกฤษที่เซบู ฟิลิปปินส์ 1 เดือน และเหตุผลที่ทำให้เราอยากมาที่นี่ ก็เพราะเรารู้จักเมืองเซบู ว่าดังเรื่องฉลามวาฬนั้นแหละ

ในเมื่อเรามีโอกาสได้มาเมืองเซบูแล้ว ถ้าไม่ไปดูฉลามวาฬก็เหมือนมาไม่ถึง ทริปนี้เราเลยติดต่อซื้อ ไพรเวททัวร์ไป Oslob แบบวันเดย์ทริปจาก Cebu City (เอาจริงนะ อย่าหาทำไปวันเดย์ทริป เพราะเหนื่อยมากกกกก)

ทริปนี้เราติดต่อทัวร์ที่มีคนไทยแนะนำต่อๆกันมา ชื่อ FB : RENZ CEBU TOUR Services  บริการกลางๆ อย่าคาดหวังเยอะ แต่ราคาดี ซึ่งเราไปกันทั้งหมด 5 คน จ่ายไปคนละ 2800 เปโซ หรือ ประมาณ 1700 บาท ราคานี้รวมค่าเดินทาง ค่าเข้าสถานที่ต่างๆ แต่ไม่รวมอาหารทุกมื้อที่เกิดขึ้น

และทริปนี้เราไปแบบไพรเวท เราเลยจัดการได้เองว่าอยากไปไหนบ้าง โดยทริปนี้เราจะไปกันทั้งหมด 3 ที่ค่ะ

01 Tumalog Falls
02 Whale Shark Watching
03 Sumilon Island

ด้วยจาก Cebu City ไป Oslob ใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 3 ชั่วโมง ทำให้เราต้องออกจาก Cebu City ตั้งแต่ตี 3 และการเดินทางไปยัง Oslob ถนนส่วนใหญ่จะเป็น 2 เลนท์ รถก็ต้องทำเวลาเพื่อให้ไปถึงตั้งแต่เช้า ทางก็ขรุขระ อยากบอกว่าใครที่เมารถง่าย แนะนำให้กินยาแก้เมาเลยนะคะ เพราะน้องสมาชิกในทริปเราอ้วกแตกกันมาแล้ว ขนาดเราที่ถึกและทนในการเดินทางด้วยรถมากๆๆ ยังรู้สึกว่าเป็นอีกทริปที่เดินทางทรมานสุดๆเลย

เราเดินทางมาถึง Oslob ประมาณ 6 โมงเช้า แต่บริเวณหาดที่จะไปดูฉลามวาฬ รถเยอะมากก ไม่มีที่จอดรถ คนขับรถเลยพาเรามาที่น้ำตก Tumalog Falls ก่อนเลย

โดยการจะเข้าไปถึงน้ำตก Tumalog เราจะต้องนั่งมอไซค์ของชาวบ้านไป แม้ระยะทางจะแค่ประมาณ 500 เมตรแต่ค่อนข้างชัน เขาเลยให้นักท่องเที่ยวซ้อนมอไซค์ชาวบ้านไปค่ะ ซึ่งค่ามอไซค์ ค่าเข้าน้ำตก จะรวมอยู่ในราคาทัวร์แล้วนะคะ

เรามากันตั้งแต่เช้า แต่ยังไม่มีใครอยากเปียกน้ำ เลยแค่ถ่ายรูปกับน้ำตกมานิดหน่อย ไม่ได้ลงเล่นน้ำ และอีกอย่างช่วงที่เราไปฝนยังไม่ตก น้ำเลยน้อย น้ำตกเลยไม่ค่อยสวยนัก

จบจากน้ำตกแล้ว เราก็มาต่อกันที่ไฮไลท์ของทริปนี้คือ Whale Shark Watching โดยเราจะต้องไปเข้าคิวรับบัตรคิวก่อนนะคะ เพราะแต่ละวันทีนักท่องเที่ยวมาดูฉลามวาฬเยอะมากกกก โดยน้องจะอยู่ถึงประมาณช่วง 10 โมงของทุกวัน (เราไม่แน่ใจเวลาเริ่ม)

โดยคนขับรถจะพาเรามารับบัตรคิว ซึ่งหากเราไม่ได้ยืนพาสปอร์ตฟิลิปปินส์ เราจำเป็นต้องจ่ายค่าบำรุงธรรมชาติ คนละ 1000 เปโซ โดยของเรารวมอยู่ในทัวร์แล้วเช่นกัน

เมื่อรับบัตรคิวแล้ว เราจะต้องไปฟังกฎระเบียบของการว่ายน้ำดูน้องฉลามวาฬกัน โดยคร่าวๆ คือ ห้ามทากันแดด เพราะผิวของฉลามวาฬนั้นบอบบางมากๆๆ สารเคมีในกันแดดอาจจะทำร้ายน้องได้ และ ห้ามจับน้องโดยเด็ดขาด ใครจับต้องโดนปรับคนละ 5000 เปโซ

เมื่อฟังกฎเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ก็แค่รอเวลาเรียกคิว โดยเราไปเอาคิวตอนประมาณ 7 โมงเช้า ได้ลงเรือจริงๆคือช่วง 10 โมง ระหว่างนี้ก็ไปหาข้าว หากาแฟกินได้เลย โดยบริเวณหาดมีร้านข้าว ร้านกาแฟ มีสารพัดอย่างขายนักท่องเที่ยวเยอะมากๆๆเลยค่ะ

หากใครที่อยากถ่ายรูปกับฉลามวาฬ แต่ไม่มีกล้องกันน้ำ (เช่นเรา) ที่นี่จะมีให้เช่าตัวละ 550 เปโซ โดยเขาจะให้เรามารับตอนที่คิวเราเรียกแล้วเท่านั้น และเราก็ให้คนเรือช่วยถ่ายรูปให้ ถ้าถ่ายสวย ตั้งใจถ่ายเราก็ทิปเยอะหน่อยแค่นั้นเอง

แม้เราจะมาแบบไรเวททัวร์ หรือ จอยกรุ้ปก็ตาม เมื่อมาถึงหน้าหาดรับคิวสำหรับการลงไปดูฉลามแล้วนั้น เราจะต้องนั่งเรือแมงมุมไปค่ะ โดยจะนั่งได้ไม่เกิน 12 คนต่อลำ (ไม่รับคนพาย) โดยเรือจะออกไปแค่ประมาณ 200 – 300 เมตรจากฝั่ง เราก็จะได้เจอน้องจุดแล้วค่ะ

แล้วหากถามมาทำไมมา Oslob ถึงได้เจอฉลามวาฬแน่ๆ 100% แบบไม่ต้องใช้บุญเก่ากันเลย นั้นก็เพราะว่า ที่นี่เขาจะให้อาหารน้องค่ะ โดยน้องจะมากิน แล้วเมื่อมีอาหารน้องก็มา

ต้องบอกก่อนว่า ที่นี่มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เพราะเท่าที่เราหาข้อมูลว่า เดิมทีน้องจุดเขาจะเข้ามากินกุ้งตัวเล็กๆของชาวบ้านในบริเวณนี้ โดยภายหลังชาวบ้านเลยให้อาหารน้องซะเลย (ก็พวกปลาตัวเล็ก กุ้งตัวเล็กนั้นแหละ)

โดยกลุ่มที่เห็นด้วยบอกว่า น้องจะได้ไม่ต้องไปกินกุ้ง กินปลาตัวเล็กของชาวบ้าน และเมื่อมีนักท่องเที่ยวมาเข้าก็มีรายได้เข้าชุมชน

ส่วนกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย ก็มองว่า การทำแบบนี้ทำให้วงจรชีวิตของฉลามวาฬเปลี่ยนไป น้องไม่มีการอพยพ ไปตามวิถีชีวิต ระบบนิเวศน์เสียหายค่ะ

ในที่สุดก็ถึงคิวเราสักที เราได้ลงเรือประมาณ 10 โมง แม้เราจะบอกว่าการได้เห็นฉลามวาฬที่นี่ได้เห็นแน่ๆ 100% ไม่ใช้แต้มบุญเก่าใดๆ แต่แต้มบุญที่สะสมไว้เราต้องเอามาใช้กับเพื่อนร่วมเรือ รวมถึงคนเรือด้วย

โชคดีที่เพื่อนร่วมเราดี ไม่มีใครมาแย่งซีนในการถ่ายรูปเลย และคนเรือที่ช่วยถ่ายรูปให้พวกเราดีมากกกก เรามีคน 4 คน คนเรือทยอยถ่ายให้ทุกคนทีละคน มีทั้งรูปทั้งคลิปครบ มีรูปหมู่ด้วยแม้มันจะวุ่นวายมากก็เถอะ

และสำหรับคนที่ว่ายน้ำไม่แข็งแบบพวกเรา คนเรือบอกว่าให้ใส่ชูชีพนะ เราก็จะได้รูปมาประมาณฝนี้เลยค่ะ และอยากบอกว่าตื่นเต้นมากกกก เป็นการเจอครั้งแรกของเรา และน้องตัวใหญ่มากกกกก วินาทีที่เห็นตอนนั้นสัญญากับตัวเองว่าจะกลับไทยไปเรียนว่ายน้ำ และ เรียนฟรีไดร์ฟสักที

และแน่นอนมันคงไม่ตื่นเต้นเท่ากับคนที่ว่ายไปเจอน้องหรอกค่ะ เพราะว่า ที่นี่เขาล่อน้องมาด้วยอาหารเนอะ

หลังจากดูฉลามวาฬจบ เรารู้สึกเหมือนภารกิจการมา Cebu ของเราสิ้นสุดลงแล้ว 55555

จากนั้นเราจะไปกันที่ Sumilon Island ซึ่งแอบกระซิบว่าเราคาดหวังกับที่นี่มากกกก เพราะเคยอ่านรีวิวว่าเป็นเกาะส่วนตัวที่สวยมากกก มีทะเลแหวกด้วย โดยเกาะแห่งนี้มีรีสอร์ตอยู่ แต่จะเปิดพื้นที่ยางส่วนให้กับนักท่องเที่ยว มาเที่ยวเล่นน้ำแบบวันเดย์ทริป โดยเราจะนั่งเรือไปยังเกาะแห่งนี้ค่ะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที ค่าเรือค่าเข้าเกาะ ก็รวมอยู่ในค่าทัวร์แล้ว

โดยพื้นที่บนเกาะที่เปิดให้นักท่องดที่ยวแบบวัยเดย์มานั้น น้อยมากกก ว่ายน้ำไปไกลก็ไม่ได้ เดินไปไกลก็ไม่ได้ ที่นี่ไม่มีอาหารขายต้องเอามาจากฝั่งนะ รวมถึงน้ำดื่มด้วย มีห้องน้ำให้เข้าครั้งละ 20 เปโซ

แต่ยอมรับว่าน้ำใสมากกกก ทะเลสวยมากกกก เสียดายตอนเราไปฝนใกล้ฝนแล้ว

เราอยู่ที่เกาะ Sumilon Island เพราะประมาณ 2 ชั่วโมง ก็นั่งเรือกลับมายังฝั่ง อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วบอกคนขับรถว่ากลับ Cebu city กันเถอะเพราะเหนื่อยมากกก อยากนอน จริงๆ ตามโปรแกรมทัวร์ยังมีไปอีก 2-3 ที่นะคะ แต่พวกเราไม่ไกลล่ะเหนื่อยยยย กลับดีกกว่า

ใส่ความเห็น

เทรนดิ้ง